นก สิ่งมีชีวิตเล็กที่บินได้ สีสันและพฤติกรรมของนก เป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้ที่พบเห็นเสมอ ๆ และตัวผมเองก็เช่นกัน จนกระทั่งวันหนึ่ง (ประมาณเดือนกันยายน 2550) ชีวิตพลิกผัน ผมสนใจกับเจ้าสิ่งมีชีวิตที่บินได้นี่ อย่างจริงจังและหลังจากนั้น ทุกครั้งที่ไปเที่ยว หรือ พอจะมีเวลาว่าง ผมมักจะออกไปตะเวนถ่ายรูป ตามพื้นที่ต่าง ๆ ใกล้ ๆ บ้าน
สัมผัสแรกกับการเริ่มต้นถ่ายนก
ครั้ง แรกที่เริ่มต้นถ่ายภาพนก ยอมรับเลยครับว่ายากมาก ชื่อนกก็ไม่รู้จัก หานกก็ไม่เจอ ผมเชื่อว่าทุกคน ที่เดินเข้าสู่เส้นทางการถ่ายภาพนก ครั้งแรกจะต้องรู้สึกอย่างเดียวกับผมเป็นแน่แท้ แต่ก็ใช่ว่ามันจะยากเย็นเกินกว่าความพยายามของเรา ดังที่สุภาษิตที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน นกก็อยู่ที่นั่นให้เราถ่ายภาพแหละครับ ฮ่า ๆ” เพราะฉะนั้น การการถ่ายภาพนก ช่วงแรก ๆ จึง ถือเป็นการวัดใจ กันเลยทีเดียว ถ้าชอบ ก็หลงรักกันไปเลย ถ้าไม่ชอบ ถึงกับเลิกไปเลยก็มี
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
แนะ นำว่านักถ่ายภาพนกมือใหม่ ควรหาหนังสือ การดูนกมาอ่าน ตามร้านหนังสือ มีหลายเล่ม เช่น หนังสือคู่มือดูนก หมอบุญส่ง เลขะกุล “นกเมืองไทย” และสืบหาข้อมูล Internet ยุคนี้เป็นยุคดอตคอม เราก็อาศัยช่องทางนี้แหละ หาข้อมูล ณ ปัจจุบันมี เวบไซต์ดูนก ทั้งไทยและต่างประเทศ เยอะแยะ เต็มไปหมด
รายชื่อเว็ปที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพนกที่ผมเองเข้าไปเป็นสมาชิกและเข้า ไปเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของนกในด้านต่าง ๆ ตลอดจนเทคนิคการถ่ายภาพนก การจำแนกประเภท ถิ่นอาศัย พฤติกรรมต่าง ๆของนก ทำให้เรามีความรู้ในด้านนกมากยิ่งขึ้น
www.pantip.com/cafe/bluplanet ห้องดูนก ที่รวมเหล่าช่างภาพนกทุกแขนง
http://lannabird.org/nuke/index.php ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา แหล่งรวบรวมขุนพลนักดูนกภาคเหนือ
http://thaibirder.com/ แหล่งรวมของช่างภาพฝีมือดี และเฮฮา
http://birderjournal.com/ แหล่งรวมเหล่าช่างภาพฝีมือเยี่ยมอีกที่หนึ่ง
และเว็ปอื่น ๆ อีกมากมาย
อุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพนก
ใน อดีตการถ่ายภาพนก สัตว์ป่า เป็นอะไรที่ยากมาก ๆ เนื่องจาก ข้อจำกัดหลาย ๆ ด้าน ทั้งอุปกรณ์ ทั้งค่าใช้จ่ายที่สูง หลังจากเข้าสู่ยุคดิจิตอล กล้องดิจิตอล ทางเลือกใหม่ ซึ่งมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้คือ
1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อฟิล์ม ล้างฟิล์ม (สไลด์)
2. สามารถตรวจสอบคุณภาพการถ่ายได้หลังจากที่ถ่ายแล้ว (Review)
3. สามารถปรับ ISO ได้ ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงภาพไม่ชัด กรณีแสงน้อย
กล้อง SLR (DSLR)
Body กล้อง เลือกกันตามสบายครับ ใครรักค่ายไหนก็ใช้ค่ายนั้น แต่ดูเลนส์ที่จะนำมาใช้ด้วยน่ะครับ เดี๋ยวซื้อ body มาแล้วจะหาเลนส์ใช้ไม่ได้อีก ที่นิยม คงหนีไม่พ้น 2 ค่ายพี่ยุ่น Canon และ Nikon ส่วนยี่ห้ออื่น ๆ นั้น มีคนใช้น้อย และเนื่องจากอุปกรณ์ถ่ายภาพนกบางชิ้นหาซื้อยาก เพราะเป็นกลุ่มเฉพาะจริง ๆ ปัจจุบัน กล้อง DSLR สะดวกมากในการถ่ายภาพนก และมืออาชีพ ก็เริ่มหันมาใช้ DSLR แล้ว ดังนั้น มือสมัครเล่นที่เริ่มจริงจัง จะเริ่มต้นที่ DSLR ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียว
เลนส์
ในการถ่ายนก เลนส์ คือ อุปกรณ์สำคัญที่สุด ดังนั้น แล้วเราจะเลือกเลนส์อย่างไร
เลนส์ เทเล (Telephoto Lens)
เลนส์ เทเล คือเลนส์ช่วง 300-400 มม ที่นิยมมากที่สุดคือ เลนส์ 300 f/4 เนื่องจาก ขนาดกระทัดรัด ราคาไม่แพงมากนัก พกพาสะดวก นักถ่ายภาพนกหลาย ๆ คน มักจะเริ่มกับเลนส์ ช่วงนี้ (รวมทั้งผมด้วย) มันสามารถใช้ประโยชน์ได้ดีในนการนั่งบังไพร(ยังไม่เคยนั่งเลย) เลนส์ 300 f/4 สามารถ ต่อ Tele Converter (TC) ได้อีกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มทางยาวโฟกัส TC ที่นำมาใช้ควรจะเป็น TC 1.4x ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะจะเสียแสงมากเกินไป เลนส์ 300 f/4 ที่นิยม ของแต่ล่ะค่ายมีดังนี้
Nikon 300 f/4 AFD ED
Canon 300 f/4 L USM
Minolta 300 f/4 APO G,400 f/4.5 APO G
Pentax 300 f/4.5 FA
Sigma 100-300 f/4
Tokina 100-300 f/4
ส่วนเลนส์ ช่วง 300 อื่น ๆ ที่น่าสนใจก็มี เลนส์ 300 f2.8 เป็นเลนส์ที่นักถ่ายภาพนกแบบจริง ๆ จัง นิยมใช้กัน
ข้อดี
1. รูรับแสงที่สว่างกว่า ทำให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ เพิ่มขึ้น
2. ต่อ TC 2X ได้ กลายเป็น 600 มม f5.6
3. คุณภาพของเลนส์ดีมาก (ส่วนใหญ่มักเป็นเลนส์เกรดโปร)
ข้อเสีย
1. ราคาสูงมาก ของใหม่ราคาหลักแสนขึ้น
2. หนัก เคลื่อนย้ายลำบาก
เลนส์ ซุปเปอร์เทเล (Supertelephoto Lens)
สุด ยอดเลนส์ในฝันของนักถ่ายนก คงนี้ไม่พ้นเลนส์ซุปเปอร์เทเลทั้งหลาย เลนส์ซุปเปอร์เทเล คือเลนส์ที่มีระยะ 500 mm. ขึ้นไป ราคาของเลนส์ ประมาณ สองแสนถึงสามแสน แล้วแต่ option ส่วนใหญ่มักจะเห็นมืออาชีพที่ถ่ายภาพนก เดินแบก อยู่ตามป่าเขา หรือ แหล่งดูนกต่าง ๆ ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ถ้าไม่ได้รักการถ่ายภาพนกจริง ๆ น้อยคนนักที่ยอมควักเงินมากมายมหาศาลขนานนี้ แต่ถ้างบถึง และใจรักจริง ๆ เลนส์ซุปเปอร์เทเล นั้นย่อมเหมาะกับการถ่ายภาพนกมากที่สุด
ข้อดี
1 สามารถถ่ายนกจากระยะไกลได้ดี
2 ระยะชัดตื้นมีมาก จึงทำให้แบบเด่นชัด แยกจากฉากหลังได้ดีมาก
ข้อเสีย
1 ราคาแพงมาก
2 น้ำหนักเยอะมาก เริ่มตั้งแต่ 3 กิโล ขึ้นไป
ตัวอย่าง เลนส์ซุปเปอร์เทเลของแต่ล่ะค่าย
Nikon 500 f/4,600 f/4
Canon 500 f/4,600 f/4
Minolta 600 f/4
Pentax 600 f/4
เทเลซูม
ส่วน ใหญ่นักถ่ายภาพมักจะมีเลนส์ช่วงนี้ติดกระเป๋าอยู่แล้ว คือช่วง 70-210 มม เลนส์ตัวนี้ เหมาะมากกับการนั่งบังไพร ข้อดี คือ สามารถซูมได้ น้ำหนักเบา พกสะดวก แถมเอาไว้ถ่ายภาพบุคคลได้ด้วย
Reflex Lens
Reflex Lens หรือ เลนส์กระจก ส่วนใหญ่เลนส์ reflex จะอยู่ในช่วง 500 f8 จะเห็นว่า รูรับแสงที่แคบมาก ทำให้ค่อนข้างมืดในการใช้งาน แต่ ก็สามารถใช้ถ่ายนกที่อยู่ในที่โล่ง ๆ ได้ เช่น นกทุ่ง เป็นต้น ผมเองก็ใช้เลนส์ตัวนี้เป็นตัวแรกสำหรับถ่ายภาพนก
ขาตั้งและอุปกรณ์เสริม
เมื่อ เรามีกล้องและเลนส์คู่ใจแล้ว คราวนี้ก็มาถึง อุปกรณ์ที่จะช่วยให้เราใช้กล้องและเลนส์ได้อย่างมั่นใจ นั่นก็คือ ขาตั้ง (Tripods) และ หัว (Heads)
แล้วเราจะเลือกขาตั้งและหัวอย่างไร?
สิ่ง สำคัญอันดับแรกคืองบประมาณ ถ้าท่านมีงบเยอะ ย่อมได้ของดีมาใช้ แต่ถ้างบน้อยหน่อย ก็ได้ของที่มีคุณภาพรองลงมา โดยส่วนใหญ่การถ่ายภาพนกจะต้องหาขาตั้งกล้อง ที่แข็งแรงมาก ๆ เพื่อ รองรับน้ำหนักของเลนส์ที่ค่อนข้างใหญ่ แน่นอน ยิ่งขาตั้งแข็งแรงมากเท่าไหร่ สิ่งที่จะตามมาก็คือ น้ำหนักของขาตั้งที่มากขึ้นตามไปด้วย
แต่…ก็มี บริษัทที่ผลิตขาตั้งกล้อง ทำ ขาตั้งกล้องที่แข็งแรงแต่เบา ออกมาขายด้วย เช่นกัน โดยใช้วัสดุที่เรียกว่าคาร์บอนไฟเบอร์ บวกกับ แมกนีเซียม ทำให้ขาตั้งกล้องมีน้ำหนักลดลงแต่รับโหลดได้มากขึ้น
ข้อดีของขาตั้งแบบ คาร์บอนไฟเบอร์
1. น้ำหนักเบา
2. รับโหลดได้เยอะ
ข้อเสีย
1. ราคาแพง
2. ต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดี
ขา ตั้ง tripods แบบธรรมดาที่ไม่ใช่ คาร์บอนไฟเบอร์ ถ้าจะใช้แบบธรรมดา ควรจะเป็นรุ่นที่รองรับน้ำหนักได้มาก ๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นใหญ่ของแต่ล่ะค่าย ท่านสามารถเข้าไปหาข้อมูล ได้จากเวบไซต์ผู้ผลิตได้โดยตรง
หัว (Heads) การเลือกใช้หัวก็สำคัญไม่แพ้การเลือกขาตั้งกล้อง แถมยังหายากกว่าอีกด้วย เพราะการที่จะหาหัวที่มารองรับน้ำหนักเลนส์ใหญ่ ๆ นั้น ยากพอสมควร เนื่องจากใช้กันน้อย ร้านขายกล้อง จึงมักไม่ค่อยนำเข้าหัวใหญ่ ๆ มาขาย
หัวบอล
นิยม ใช้ในการถ่ายภาพทั่วไป หลังจากจัดองค์ประกอบภาพเรียบร้อยแล้ว บิดคลิกเดียวก็จะล๊อคหัวโดยทันที (ยกเว้นบางรุ่นอาจต้อง บิด 2-3 ที) หัวบอลนี้จึงนิยมในการถ่ายภาพทั่ว ๆ ไปมาก เพราะใช้ง่าย ไม่ต้องปรับหลายครั้ง แต่หัวบอลที่ใช้ถ่ายภาพนกก็ต้องใหญ่ขึ้นไปอีก การปรับ ก็ลำบากขึ้นไป เพราะเลนส์ตัวใหญ่ ทำให้ควบคุมยาก จึงไม่ค่อยเห็นนักถ่ายภาพนกใช้กันมากนัก
หัวแพน
การใช้งานหัวแพนจะต่างกับหัวบอล ตรงที่ ตรงปรับหลายที กว่าจะล๊อคได้ แต่ข้อดีคือ ทำการแพนภาพได้ ซึ่งหัวบอล ทำไม่ได้
แฟลช (Flash)
ใน การถ่ายภาพนก บางครั้งจำเป็นจะต้องใช้แฟลชช่วย แต่! พึงระลึกไว้เสมอ ว่าการถ่ายภาพนกด้วยแฟลช ย่อมเป็นการรบกวนนกไม่มากก็น้อย การใช้แฟลช ควรจะใช้ในกรณีที่จำเป็น หรือใช้ไฟแฟลชเบา ๆ เพื่อเปิดประกายตานกแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ
Tele Converter
Tele Converter(TC) เป็นชิ้นเลนส์ที่ช่วยขยายความยาวโฟกัส ส่วนใหญ่นักถ่ายภาพมักจะมีติดตัว ไว้ใช้ใน กรณีที่นกอยู่ไกลเกินเลนส์จะส่องถึง เราจะใช้ TC เข้ามาต่อเพิ่ม เพื่อเพิ่มความยาวโฟกัส แต่ เมื่อต่อ TC เข้าไปแล้วจะทำให้ เกิดการเสียแสงขึ้น เนื่องจากแสงต้องวิ่งผ่านชิ้นเลนส์ TC อีกชั้นนึง ก่อนที่จะวิ่งผ่านเข้าอุปกรณ์รับแสง ดังนั้นการเสียแสง มาก หรือ น้อย ขึ้นอยู่กับ TC เองด้วย ตัวอย่าง เช่น TC 2x ก็จะเสียแสงไป 2 stop แต่จะได้ทางยาวเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 เท่า เช่น เราต่อ TC 2x เข้ากับเลนส์ 300 f2.8 ก็จะกลายเป็น 600 f5.6 แทน
TC 1.5x ก็เสียแสงไป 1 stop แต่จะได้ทางยาวเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า เช่น เราต่อ TC 1.5x เข้ากับเลนส์ 300 f2.8 ก็จะกลายเป็น 450 f4 แทน
อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ
นอก เหนือจากอุปกรณ์ที่กล่าวมาแล้ว ยังมี อุปกรณ์เสริมอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น สายลั่นชัตเตอร์ สายแยกแฟลช เป็นต้น โดยอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล
****หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าบทความน้อย ๆ นี้จะให้ประโยชน์แก่น้องใหม่เริ่มหัดถ่ายนกได้ไม่มากก็น้อย...และหากท่านใด มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเริ่มต้นถ่ายภาพน้องนกก็สามารถนำมาลงได้เลย ครับ..เผื่อเพื่อน ๆ จะได้นำไปใช้กันครับ....****
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น